บทความประชาสัมพันธ์ ท่าอากาศยานดอนเมือง : หัวใจของการเดินทางสู่ภูมิภาค

บทความประชาสัมพันธ์ ท่าอากาศยานดอนเมือง : หัวใจของการเดินทางสู่ภูมิภาค

บทความประชาสัมพันธ์

ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) : หัวใจของการเดินทางสู่ภูมิภาค

       ในช่วงชีวิตหนึ่งของนักเดินทางหากให้ลองนึกถึงท่าอากาศยานในประเทศไทยคงปฎิเสธไม่ได้ว่าท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) เป็นอีกหนึ่งแห่งที่คนไทยและชาวต่างชาติรู้จักเป็นอย่างดี ด้วยระยะเวลาที่เปิดให้บริการมาอย่างยาวนานถึง 103 ปี ทำให้ช่วงเวลา 1 ศตวรรษที่ผ่านมา ท่าอากาศยานดอนเมืองได้ทำหน้าที่ต้อนรับผู้โดยสารและนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลก

       แม้ว่าปัจจุบันบทบาทของท่าอากาศยานดอนเมืองจะแตกต่างไปจากเดิม แต่ความสำคัญในฐานะสนามบินหลัก ของประเทศก็ไม่ได้ลดน้อยลงไป เพราะในวันนี้ ท่าอากาศยานดอนเมืองได้พัฒนาบทบาทสู่การเป็นศูนย์กลางของเที่ยวบินแบบ point to point และยังเป็นจุดให้บริการหลักของสายการบินต้นทุนต่ำในภูมิภาค จนทำให้ในปี 2558 จึงได้รับการจัดอันดับจาก CAPA Centre for Aviation (CAPA) ให้เป็นท่าอากาศยานที่มีผู้โดยสารสายการบินต้นทุนต่ำมาใช้บริการมากที่สุดในโลก (World’s Business Low Cost Carrier Airports)

       ด้วยเหตุนี้ท่าอากาศยานดอนเมืองจึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้โดยสาร เพื่อสร้างความสบายใจ ในการเดินทางที่รวดเร็วและสามารถเชื่อมต่อไปยังท่าอากาศยานอื่นๆ ทั้งในประเทศไทยและในภูมิภาคอาเซียนได้อย่างราบรื่น

       ในแง่ศักยภาพของท่าอากาศยานดอนเมืองนั้น ปัจจุบันสามารถรองรับเที่ยวบินได้ 40 เที่ยวบินต่อชั่วโมง รองรับผู้โดยสาร ได้มากถึง 30 ล้านคนต่อปี และรองรับสินค้า 525,790 ตันต่อปี ซึ่งผู้โดยสารส่วนใหญ่ที่มาใช้บริการท่าอากาศยานดอนเมืองเป็น ชาวจีน ไทย และมาเลเซีย

       ขณะที่สายการบินที่ให้บริการแบบประจำ ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง ปัจจุบันมีทั้งหมด 20 สายการบิน โดยแบ่งเป็น สายการบินต้นทุนตํ่าจำนวน 14 สายการบิน ซึ่งในปีที่ผ่านมาสายการบินต้นทุนตํ่ามีการเติบโตทั้งในแง่ของเส้นทางบินและ ความถี่ในการให้บริการเพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมทั้งมีการแข่งขันด้านราคาเพื่อดึงดูดผู้ใช้บริการ ทำให้ปริมาณจราจรทางอากาศ ณ ท่าอากาศยานดอนเมืองในปีงบประมาณ 2559 มีเที่ยวบินพาณิชย์ขึ้น-ลงรวม 240,601 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 12.01% โดยแบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 77,004 เที่ยวบิน และเที่ยวบินภายในประเทศจำนวน 163,597 เที่ยวบิน

       เพื่อรองรับการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารในอนาคต ท่าอากาศยานดอนเมืองได้ลงทุนพัฒนาสาธารณูปโภคอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความรวดเร็วและคล่องตัวในการต้อนรับ เช่น การให้ข้อมูลการเดินทางผ่านจอ touchscreen และ Information Center  การเพิ่มเคาน์เตอร์ ต.ม. ทั้งขาเข้าและขาออก การเพิ่มบริการเช็คอินอัตโนมัติ พร้อมช่องทางขนส่งสัมภาระด่วนเพื่อให้ได้ มาตรฐานสูงสุดที่ 30 นาที จากจุดเช็คอินไปจนถึงจุดขึ้นเครื่องสำหรับเที่ยวบินในประเทศ และ 60 นาทีสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ ถือเป็นการใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้ภาพรวมการให้บริการมีความราบรื่นมากยิ่งขึ้น

       ด้านภาพรวมการเดินทางสาธารณะก็ค่อนข้างสะดวก ด้วยบริการ shuttle bus ไปยังจุดเชื่อมต่อการเดินทางที่สำคัญ เช่น สถานีรถไฟฟ้า BTS หมอชิต อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สนามหลวง สวนลุมพินี และค่าบริการก็ถือว่าถูกมาก อยู่ที่ 30-50 บาทเท่านั้น  รวมทั้ง Airport Limo Bus Express ที่ให้บริการ 2 สายไปยังเพลินจิต สวนลุม และถนนข้าวสาร ที่คิดค่าบริการอัตราเดียว 150 บาท และ Airport Shuttle Bus ที่รับส่งไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

      ส่วนคนที่มีสัมภาระและต้องการความสะดวก ท่าอากาศยานดอนเมืองได้ดำเนินการปรับปรุงระบบการจัดคิวรถแท็กซี่ และติดตั้งตู้กดบัตรคิว รวมถึงคนที่ใช้รถส่วนตัวก็สามารถใช้บริการรับจอดรถ valet parking ตอบโจทย์การอำนวยความสะดวก ให้ผู้โดยสาร พร้อมกับช่วยลดความแออัดในเรื่องที่จอดรถและจราจรภายในท่าอากาศยานด้วยเช่นกัน

       ทั้งนี้ ภายหลังจากท่าอากาศยานดอนเมืองได้เปิดใช้พื้นที่อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ อาคาร 2 เพื่อรองรับผู้ใช้บริการ ที่เพิ่มสูงขึ้น ได้มีการเพิ่มพื้นที่บริการที่สอดรับกับความต้องการในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า ร้านอาหารแบรนด์ชั้นนำ และ ศูนย์อาหารทั้งในระดับคุณภาพดี ราคาถูก และระดับพรีเมี่ยมเพื่อเป็นทางเลือกแก่นักเดินทาง ที่สำคัญยังมีบริการ co-working space เป็นแห่งแรกของสนามบินในประเทศไทย เพื่อให้นักธุรกิจสามารถเลือกใช้ห้องประชุม ห้องทำงาน พร้อมอุปกรณ์สำนักงาน ด้วยระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ไม่พลาดการติดต่อธุรกิจสำคัญ

       นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวที่ต้องรอเวลาในการเดินทางก็จะมีทางเลือกในการพักผ่อนมากขึ้น ด้วยบริการ sleep box ซึ่งเป็นโรงแรมแคปซูลสำหรับพักนอนชั่วคราวทั้งแบบรายชั่วโมงและรายวัน จากเดิมที่อาจจะต้องเดินทางออกไปนอก ท่าอากาศยานหรือต้องรอตามร้านกาแฟที่อาจจะไม่เหมาะในการพักผ่อน 

       นอกจากการพัฒนาภายในองค์กรที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ท่าอากาศยานดอนเมืองยังให้ความสำคัญกับการพัฒนา ความร่วมมือและความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและชุมชนบริเวณรอบสนามบินด้วยโดยร่วมกับชุมชนจัดกิจกรรมที่เป็นการเชื่อมความใกล้ชิดและสร้างความเข้าใจไปพร้อมๆ กัน เช่น กิจกรรมวันเด็กสำหรับโรงเรียนและชุมชนโดยรอบ โครงการพี่อาสา เพื่อเสริมสร้างความรู้ให้กับเยาวชนด้วยการจัดฝึกอบรมหลักสูตรการดับเพลิงขั้นต้นเพื่อนำไปใช้กับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงการมอบชุดผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (solar cell system) ให้กับโรงเรียนตามโครงการ “โรงเรียนพลังงานสะอาด เพื่อสภาพแวดล้อมชุมชนที่ยั่งยืน” ซึ่งโครงการต่างๆ เหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงความรับผิดชอบ ของท่าอากาศยานที่มีต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืน รวมถึงยังคงไว้ซึ่งความปลอดภัยทางการบิน

       บทบาทการเป็นท่าอากาศยานที่เชื่อมต่อการเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆ ในประเทศไทย ถือเป็นการส่งผ่านความเจริญ ไปสู่ทุกภูมิภาค โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว  การเดินหน้าพัฒนาของท่าอากาศยานดอนเมืองจึงถือเป็นหัวใจสำคัญต่อการ พัฒนาเศรษฐกิจไทย ซึ่งตามแผนพัฒนาขณะนี้กำลังก้าวสู่เฟส 3 โดยจะเริ่มในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ในอนาคตเราจะได้เห็นความ เปลี่ยนแปลงของท่าอากาศยานดอนเมืองอีกมาก ซึ่งเชื่อมั่นได้ว่า ท่าอากาศยานแห่งนี้จะเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยและ ยังคงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป